ประวัติความเป็นมา

ความเป็นมาของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร เดิมที่ใช้ชื่อศูนย์คอมพิวเตอร์ก่อตั้งเมื่อกลางปี 2541 (ได้เปลี่ยนเป็นศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร) และเมื่อกลางปี 2546เนื่องจากความต้องการของโรงพยาบาลในการรวบรวมส่งข้อมูล ของศูนย์ข้อมูล พ.ค.บ.ว. โดยการที่ใช้ Software STAT ที่นำมาแก้ไขดัดแปลงโดยศูนย์ฯ จนเหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้และเริ่มต่อขยาย เข้าหาระบบห้องยาและการเงินผู้ป่วยนอก โดยขณะเริ่มต้นมีผู้ร่วมงานอยู่ 4 คน นายแพทย์อมฤทธิ์ อังศุสิงห์, นภาพันธ์ จบศรี, ภ.ก.วิโรจน์ สิงห์ธรรมรักษ์ (เภสัชกรรม) และ นิลุบล สุวรรณโรจน์ (ปัจจุบันอยู่ทันตกรรม)

เมื่อ ความต้องการของระบบเพิ่มมากขึ้นและคอมพิวเตอร์มีจำนวนเพิ่มขึ้นได้ มีการรับช่างซ่อมคอมพิวเตอร์เข้ามาเป็นคนแรก คือ นายขจรศักดิ์ พวงสมบัติ และตั้งหน่วยงานซ่อมเล็ก ๆ ขึ้นเมื่อปี 2542 มีการรับโปรแกรมเมอร์คนแรกเข้าทำงาน คือ นายชลาธิป ทรัพย์มณี เนื่องจากระบบมีขนาดใหญ่ขึ้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีช่างเทคนิคเพื่อซ่อม แซมดูแลระบบคอมพิวเตอร์จึงมีการก่อตั้งศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์ ขึ้นโดยมีช่างประจำ 3 คน ได้แก่ นายขจรศักดิ์ พวงสมบัติ (ลาออกเปลี่ยนเป็น นายวาทิตย์ กมุทชาติ) นายนพดล แก้วสวรรค์ และนายปเนต กวีศีริกรณ์ ต่อมาสอบเป็นพนักงานราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระบบคอมพิวเตอร์ และรับ นายนิพล วงศ์วิไล เข้ามาเป็นช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์อีกตำแหน่งหนึ่ง

ด้าน เครือข่ายทำการปรับปรุงระบบเครือข่ายจากเดิมที่เดินระบบ BNC วง 10 mbps กลายเป็น 10/100 Fiberopbic มาตรฐาน และเริ่มพัฒนาระบบ Internet โดยเริ่มจากการใน Dialup Share Router มาใช้ และทางศูนย์เชื่อมต่อกับมหาดไทย 3 วงจรโดย 1 วงจรเป็น Internet และอีก 2 วงจรเป็นโทรศัพท์ซึ่งสามารถโทรเข้ากรุงเทพ และโรงพยาบาลต่างจังหวัดได้ทั่วประเทศ (โครงการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2536) มีการ พัฒนา Web Server ของโรงพยาบาลขึ้นครั้งแรกเมื่อ 2544 โดย นักศึกษาฝึกงานของสถานบันราชภัฏนครสวรรค์ บน Server LINUX ต่อมา ทได้ทำการพัฒนา Internet Web การใช้แม่ข่าย File serverแบบSambaำการเชื่อมโยงเครือข่ายของระบบโทรศัพท์เข้าหาระบบโครงข่าย มหาดไทยและเริ่มเอา XDSLเข้ามาใช้งานเมื่อปี 2544 โดยเดินสายจากโรงพยาบาลไปที่ศูนย์สื่อสารมหาดไทย เขต 9 ศาลากลางนครสวรรค์ ระยะทาง 7.7 กม. ต่อมาได้ความเร็ว 2 Mbps และได้ ADSL Backup จากการสื่อสารฯ ความเร็ว 1Mbpsอีกทางหนึ่ง เมื่อมีการนำระบบบริการ ขยายไปที่จุดใช้งานอื่น ๆ เช่น LAB, ER, ทันตกรรม ฯลฯ

ต่อมาได้มีการ รับทีมบริการเข้ามาเพื่อคีย์ข้อมูล แต่ต่อมาได้รับการฝึกให้รู้จักระบบและผู้ Support ระบบ กับผู้ใช้ได้แก่ จุรีพร กล่ำสกุล, อลิตา ธรรมวิชัย (ต่อมาเป็น อัจฉรา สังข์คิด), กรณิศ เกษาแสงฒ นริศรา มิ่งขวัญ (ต่อมาเป็นแก้วตา วัฒนารักษ์ในด้านกาพัฒนา งาน LAB ศูนย์ ICT ได้ทำการ ติดต่อกับบริษัท PCL โดยความช่วยเหลือของคุณเอกธง ห้อง LAB opd ทำให้บริษัทติดต่อ บริษัท RAX มาทำการลงระบบให้ สามารถให้เครื่องมือของบริษัทอื่นเข้ามาเชื่อมต่อแม้แต่ LAB จุลชีวะก็มาทำการเชื่อมต่อไปเมื่อเดือนมีนาคม 2547 จนเรียบร้อย ปรับปรุงการดำเนินงานของระบบ LABใหม่ มีประสิทธิภาพมากขึ้นมาก

โรง พยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ได้เลือกระบบ HOMC ซึ่งเป็น ลิขสิทธ์ของกรมควบคุมโรคและมีโรงพยาบาลหลายแห่งใช้ งานอยู่ โดย มีระบบปฏิบัติการ LINUX และ Database Postgresql เพราะค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่ามาก เป็นโรงพยาบาลแรกที่ใช้ HOMC ในระบบ LINUX [Fedora Core 3 กำลังเปลี่ยนเป็น Fedora Core 5 - 64 bit] และ Postgresql [7.4.8 กำลังเปลี่ยนเป็น 8.1.1 - 64 bit] เริ่มลงระบบเมื่อ ต้นปี 2546 โดยมี นายราเชษ สืบสันติกุล เป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทประจำ ปัจจุบันเป็นพนักงานราชการตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ ของโรงพยาบาล และศูนย์ได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งของช่าง สอบเป็น พนักงานราชการนักวิชาการคอมพิวเตอร์อีกหนึ่งคน คือ นพอนันต์ พุฒินโมสิทธิ์

ใน ปี 2549 น.พ. อมฤทธิ์ อังศุสิงห์ ประสงค์จะให้มีช่องทางการติดต่อเข้าสืบค้นข้อมูลของ ห้องสมุดต่างๆของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีข้อมูลทางการแพทย์มากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจาก โรงพยาบาล มีศูนย์แพทย์สาสตร์ศึกษา ซึ่งทำการฝึกสอนนักศึกษาแพทย์จากมหาวิทยาลัย มหิดลด้วย จึงได้ทำการติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับความกรุณาให้เข้าเชื่อมเป็นเครือข่ายเดียวกับมหาวิทยาลัย ผ่าน VPN Lease line ซึ่งทำให้ ศูนย์ ICT สามารถเข้าดูขอมูล ตำราแพทย์ วารสารทางการแพทย์จากทุกคณะ โดยเฉพาะคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ต้องแต่นั้นเป็นต้นมา เพื่อทำให้โครงการเชื่อมต่อกับมหาวิทยาลัยมหิดลมีประโยชน์เพิ่มขึ้น น.พ.อมฤทธิ์ อังศุสิงห์ โดยความช่วยเหลือของ ศูนย์แพทย์ศาสตร์ศึกษา ได้เริ่มโครงการปรับปรุงห้องสมุด ไปสู่ระบบ ห้องสมุด อีเลคโทรนิกส์ E-Library โดยคัดแยกหนังสือที่ได้มีการใช้งานออก และปรับปรุงสภาพแวดล้อมห้องสมุดใหม่ จัดเตรียมระบบ Electronic ต่างๆ เพื่อรองรับอุปกรณ์ อำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูลต่างๆ

เมื่อ ปี 2550 ศูนย์ ICT ได้รับช่างคอมพิวเตอร์ใหม่เข้ามาอีก 2 คน คือ นายวราทิตย์ กมุทชาติ และ นายนิพล วงศ์วิไล เนื่องจากงานของศูนย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก และรับสมัคร นายขจรศักดิ์ พวง กลับเข้ามาเป็น พนักงานราชการตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ และทำหน้าที่ดูแลระบบโครงข่าย เนื่องจาก ศูนย์มีแม่ข่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยนโครงข่าย

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ได้ทำการขยายโครงข่ายเพิ่มขึ้นที่ สถานบริการปฐมภูมิ อีก 4 แห่งได้แก่ วัดช่อง วัดไทร สักเขา และสะพานดำ รวมทั้งที่ศูนย์เครื่องมือกลด้วย โดยใช้ระบบโรงข่ายไร้สาย ทำให้โครงข่ายยิ่งกว้างไกลออกไป และได้ปรับปรุงโครงข่ายให้มีความเสถียรมากขึ้น ในปัจจุบัน ได้เชื่อมโยงโครงข่ายไร้สายกับ ศูนย์สื่อสารมหาดไทย นครสวรรค์ ที่ศาลากลางจังหวัด ทำให้มีการใช้โครงข่ายโทรศัพท์ และโครงข่ายข้อมูลผ่านศาลากลางได้ด้วย โดยการติดตั้งแม่ข่ายระบบโทรศัพท์ และต่อไปจะขยายการให้บริการเป็นระบบ VOIP แทนระบบโทรศัพท์เดิมที่ใช้งานอยู่ในโรงพยาบาล (Ericson ซึ่งใช้งานมากว่า 20 ปีแล้ว)

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร กำลังเริ่มสำรวจความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบบริการโรงพยาบาลใหม่ (Front Office) ให้ทันสมัยมากขึ้น รมทั้งระบบบริหารโรงพยาบาล (Back Office) โดยเข้าศึกษาดูงานระบบที่โรงพยาบาลอื่นๆ เพื่อพิจารณาตัวเลือกต่อไป ในการปรับเปลี่ยนระบบ

ขณะนี้ นายชนาธิป ทรัพย์มณี ได้ย้ายไปทำงานในตำแหน่งนักวิเคราะห์ ที่งานวิเคราะห์ต้นทุน และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ได้รับช่างเทคนิคเข้ามาใหม่ คือ นายเสวก สอนแพร และโปรแกรเมอร์ใหม่ ซึ่งจบวิศวกรรมซอฟต์แวร์ คือ นางสาวพัชญ์พิชา โยชุ่ม ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเวปไซด์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน